Story



เรื่องเล่าว่า.... มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..

ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทรายด้วยกัน...

ระหว่างทาง... เกิดโต้เถียงขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน

เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย

คนถูกทำร้าย...เจ็บปวด... แต่ไม่เอ่ยวาจา...

กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า "วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"

พวกเขายังคงเดินทางต่อ... กระทั่งถึงแหล่งน้ำ

พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย...พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ...

เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิต

คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา...กลับสลักลงไปบนหินใหญ่...

"วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"

อีกคนไม่เข้าใจ...ถามว่า...

"เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย...แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน"

อีกคนยิ้มพราย... กล่าวตอบ

"เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...เราควรเขียนมันไว้บนทราย

ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย...จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบล้างไม่เหลือ

แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย... บังเกิด

เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ...

ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด... ลบล้างทำลาย...."


edit @ 2005/11/21 10:45:10

คนเราตอนรักกันใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดีไปเสียหมด... แต่เมื่ออยู่กันไปนานๆ ความเป็นตัวของตัวเอง กับความเคยชิน ก็เลยทำอะไรบางอย่าง ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะรับไม่ได้ จนถึงขั้นต้องบอกเลิกรากันไป...

--------------------------------------------------------------------------------

คนเราตอนรักกันใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดีไปเสียหมด อย่างคำที่ว่า "ยามรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน" แต่เมื่ออยู่กันไปนานๆ ความเป็นตัวของตัวเอง กับความเคยชิน ก็เลยทำอะไรบางอย่าง ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะรับไม่ได้ จนถึงขั้นต้องบอกเลิกรากันไป ดังนั้น วันนี้จะขอบอกเล่าเก้าสิบ เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้คนรัก ต้องเลิกรามากที่สุด เพราะนิสัยเหล่านี้ ไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง


........................................
1. เอาแต่ใจตัวเอง


เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย


........................................
2. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป


การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่าคุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขาในลักษณะที่เป็นเงาตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน



........................................
3. หึงแบบไร้ขีดจำกัด


คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอดเวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ


........................................
4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ


ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ


........................................
5. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น


ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่าสำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุม คือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม


........................................
6. เชื่อเพื่อนมากเกินไป


บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะจากที่เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่าคุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอสำหรับคุณหรือเปล่า


........................................
7. โกรธแล้วไม่พูดด้วย


เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้


........................................
8. นัดแล้วไม่เป็นนัด


การเลื่อนนัด ประเภท เลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ


.............................................
9. พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น


อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ


........................................
10. โกหก


บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ


edit @ 2005/11/14 13:04:41

ภาพประกอบ


กาลครั้งหนึ่งมีม้วนกระดาษกับปากกาอยู่คู่หนึ่ง
เรื่องราวของทั้งคู่ที่บันทึกบนกระดาษโดยมีปากกาเป็นผู้เขียน
ต่างก็.มีทั้งความวุ่นวาย และความเป็นระเบียบ
ซึ่งทุกอย่างล้วนกำลังเป็นไปด้วยดี ตามวิธีทางของมัน

แต่แล้ว.อยู่มาวันหนึ่งก็มีมือหลายมือมาจับปากกาขีดเขียนไปมา

กระดาษก็ได้แต่อ้อนวอน.

"ได้โปรดอย่าให้ใครมาจับเธอขีดเขียนได้ไหม
ฉันขอแค่ที่เธอเขียนของเธอเอง ก็ดีอยู่แล้ว
ถึงมันจะวุ่นวายบ้าง ฉันก็พอใจที่เธอเขียนของเธอเอง
ฉันพอใจในสิ่งที่เธอเขียน ในสิ่งที่เธอเป็น
และในสิ่งที่เธออยากให้ฉันเป็น"

ปากกาจะทนต่อแรงมือได้หรือ.
ปากกาเธอรู้ไหมว่าสิ่งที่กำลังขีดเขียนนั้นมันทำให้ฉันปวดร้าวเพียงใด

หลังจากมือเหล่านั้นจับปากกาขีดเขียนจนพอใจแล้ว
คงเหลือไว้แต่ความวุ่นวายวุ่นวายให้กับกระดาษ
สิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุด ...
ปากกานั้นไม่มี "ยางลบ" ที่พอจะใช้ลบรอยขีดเขียนที่วุ่นวายนั้น ออกไปได้
ร่องรอยของการขีดเขียนนั้น.
คงอยู่คู่กับกระดาษม้วนนั้นตลอดไป.
ไม่ว่าวันใดกลับมาอ่านมัน ก็คงมีแต่ความวุ่นวายที่น่ารำคาญอยู่เสมอ ๆ

ปากกาคงคิดว่าไม่มีที่พอจะขีดเขียนลงในกระดาษม้วนนี้ได้อีกแล้ว..มีแต่สิ่งที่วุ่นวายจากสิ่งที่เคยเขียนลงไป

ปากกาก็ได้แต่บอกกระดาษอย่างเดียวว่า

"เธอหมดคุณค่าต่อฉันแล้ว ฉันจะไม่เขียนเธอแล้ว เบื่อ......."


"เบื่อ ๆ ๆ" คำนี้แสนปวดร้าวไม่ว่ากระดาษจะฟังสักกี่ครั้งก็ตาม
มันปวดร้าวไปถึงหัวใจ

คงเพราะ
ปากกาก็คิดว่ากระดาษนั้นหมดค่าไม่มีที่จะเขียนขีดหรือมันวุ่นวายเหลือเกินแล้ว
สมควรที่จะโยนลงถังขยะเสียก็ได้

กระดาษก็อยากจะบอกปากกาเช่นกัน
"กระดาษก็เป็นกระดาษอยู่แบบนี้ ไม่ได้ดีเลิศเหมือนที่เธอเคยฝันไว้
มีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี
สีขาวกับสีดำ มีรอยด่าง มีรอยขรุขระ บ้าง อย่างไรก็ตาม
กระดาษก็จะพยายามทำให้ปากกาอย่างเต็มที่ เท่าที่กระดาษจะทำได้
ถ้าปากกาไม่พอใจในสิ่งที่กระดาษพยายามทำให้อย่างเต็มที่
...ก็สุดแล้วแต่ใจของปากกา หากไม่อยากจะเขียนกับกระดาษม้วนนี้แล้ว
จะทิ้งเสียก็ไม่ว่า ตามใจของปากกาก็แล้วกัน
ทั้งที่หากปากกาลองคลี่ม้วนกระดาษออกมาอีก
กระดาษก็ยังมีเนื้ออีกมากที่พร้อมที่จะให้ปากกา
ขีดเขียนสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย"

แต่แล้วกระดาษก็ไม่ได้พูดอะไร.
เพราะรู้ว่าปากกาไม่ยอมจะรับฟังอะไรอีกจากปากของกระดาษ

สิ่งที่รู้ตัวและรู้ดีเสมอตั้งแต่นั้น
ตอนนี้เค้าไม่มีคุณค่าสำหรับปากกาอีกแล้ว
ปากกาคงมองเค้าเหมือนขยะ ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปก็ตาม
คงเป็นแต่คำพูดที่ทำให้ของปากการู้สึกไม่พอใจเท่านั้นเอง.

ท้ายสุดกระดาษก็ได้แต่ร้องไห้เศร้าเสียใจอยู่ในถังขยะอยู่คนเดียว
อยู่ในโลกแห่งความเหงา ไม่สามารถจะพูดกับใครได้
ชะเง้อมองหาแต่ปากกาด้ามนั้นอยู่เสมอ ๆ
คงเป็นเพราะ ต้องจากปากกาที่อยากจะให้ขีดเขียนตัวเค้ามากที่สุดในชีวิต

อาจจะไม่มีวันที่ปากกานั้นกลับมาขีดเขียนกระดาษม้วนนี้อีกแล้ว
หรือไม่ม้วนกระดาษนี้คงไม่มีที่เรียบพอที่จะให้ปากกาขีดเขียนอีกแล้วก็ได้
เพราะรอยยับที่ถูกทอดทิ้งไว้.ไร้ซึ่งการเหลียวแล เหมือนกับขยะที่ไรค่า
ที่ใคร ๆ ไม่ต้องการอีกแล้ว
เต็มไปทุกหนแห่งในม้วนกระดาษม้วนนี้
นี่คงสาสมกับความรักที่เค้ามีให้กับปากกาอย่างเปี่ยมล้นแล้วใช่ไหม ?

อาจจะฟังดูแล้วกระดาษคงเกลียดปากกาด้ามนั้นแล้ว
แต่ความจริงแล้วก็เป็นอารมณ์ที่ใครก็เป็น
แม้ปากกาเองก็ตามถ้าลองได้เป็นกระดาษจะรู้ว่าเป็นอย่างไร

กระดาษอยากจะให้ปากการับรู้ไว้ ว่าไม่เคย ไม่เคยเลย ที่จะเกลียดปากกา
กลับกันกับรอวันที่ปากกาจะกลับมาขีดเขียนเค้า

จะรอวันที่ให้อภัยกัน กลับมาอยู่กับเหมือนดั่งเดิม
เหมือนวันที่เราเจอกันครั้งแรก เหมือนวันวานที่มีกันและกัน

แต่ถึงอย่างไรกระดาษจะรู้ใจปากกาได้อย่างไร ว่ายังต้องการกระดาษม้วนนี้
อีกหรือไม่อาจจะไม่ต้องการแล้วก็ได้
อาจจะมีกระดาษม้วนใหม่ที่ปากกากำลังขีดเขียนอยู่ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามขอสัญญาได้ไหม ถ้าไม่มีกระดาษม้วนไหนที่ต้องการปากกาด้ามนี้
ขอได้ไหม กลับมาหากระดาษม้วนนี้
กระดาษม้วนนี้จะพยายามเป็นทุกสิ่งอย่างที่ปากกาต้องการ
ไม่ว่าจะยากเพียงได้ หากปากกาไม่มีหมึกพอจะเขียน
ไม่เป็นไร กระดาษจะคอยเติมให้เต็ม
แม้จะนานเพียงไร..
ขอเพียงให้ปากกากลับมา.



Nisita Pinyo
View full profile