FerreroRocher

--------------------------------------------------------------------------------
...1. สิ่งที่ท่านจะได้รับมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์นี้
- หัวใจ 1 ชุด
- พลังงานความมั่นใจ 1 ก้อน
- แท่นชาร์ชความจริงใจ 1 แท่น
- สายความซื่อสัตย์ 1 เส้น
สำหรับอุปกรณ์เสริม การให้อภัย และ การยอมรับซึ่งกันและกัน ไม่ได้รวมมาในชุดพื้นฐานนี้ แต่ท่านสามารถหาซื้อเพิ่มเติมได้ภายหลังจากตัวแทนจำหน่าย
2. เริ่มตั้นใช้งาน
2.1 ท่านต้องเปิดหัวใจออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใส่พลังงานความมั่นใจเข้าไปที่ด้านหลังเครื่องหัวใจ
2.2 ตรวจดูขั้วบวก-ขั้วลบให้ถูกต้อง หากท่านใส่ความมั่นใจลงไปในหัวใจผิดขั้ว อาจส่งผลทำให้สูญเสียความมั่นใจหรือบางครั้งอาจมีมั่นใจมากเกินไป ส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้การทำงานของระบบไม่สมบูรณ์ พลังงานความรักอาจจะไม่เกิดหรือเกิดขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล
2.3 วางหัวใจที่ใส่ความมั่นใจลงไปแล้ว ลงบนแท่นชาร์จความจริงใจ เชื่อมสัญญาณต่อด้วยสายความซื่อสัตย์ จากนั้นชาร์ชความจริงใจลงไปในหัวใจให้มากที่สุด
- ในช่วงเริ่มต้นของความรักท่านอาจจะต้องใช้เวลาในการเติมความจริงใจนานกว่าปกติ เพื่อให้มีพลังไปหล่อเลี้ยงความมั่นใจได้เพียงพอในการเริ่มต้นใช้งาน
- ในการชาร์จความจริงใจครั้งแรก โปรดระวัง...หากสายความซื่อสัตย์หลุด ระบบอาจจะเสียหายโดยสิ้นเชิงได้
3. วิธีใช้งาน
มอบหัวใจที่ใส่ความมั่นใจและความจริงใจลงไปเต็มแล้ว ให้กับใครก็ได้ที่คุณต้องการ ถ้าเขามีคลื่นความรักตรงกับคุณ ความรักจะปรับคลื่นความถี่ด้วยตัวเองอัตโนมัติจนสามารถบังเกิดผลเป็นประจุความรัก ผลิตเป็นอนุภาคต่อเนื่องไปตลอดเวลา
4. ข้อผิดพลาด และวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น
4.1 หากส่งความรักออกไปแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง มีวิธีการแก้ไข ดังนี้...
- ตรวจสอบว่าใส่ความมั่นใจลงไปในผลิตภัณฑ์หัวใจแล้วหรือไม่
- ตรวจสอบว่าชาร์จความจริงใจลงไปเต็มที่แล้วหรือไม่
- ตรวจสอบว่าสายความซื่อสัตย์ต่ออยู่อย่างถูกต้อง
4.2 หากท่านพลาดพลั้งทำความรักที่เกิดจากอุปกรณ์หัวใจตกลงบนพื้น เกิดอาการช็อตและมีความร้อนขึ้นสูงตลอดเวลา มีวิธีการแก้ไขดังนี้...
- ความรักที่ตกลงพื้นแล้วครั้งหนึ่ง อาจจะแก้ไขได้ด้วยอุปกรณ์เสริม การให้อภัย อย่างไรก็ตาม ความรักที่ตกพื้นแล้วแม้ยังไม่แตก แต่อาจมีรอยร้าวเป็นตำหนิได้ และความมั่นใจอาจจะลดลงไปจนเกือบหมด จำเป็นต้องชาร์จความจริงใจเพิ่มลงไปให้มากที่สุด โดยใช้ร่วมกับการให้อภัย
4.3 กรณีเกิดความต่างศักย์ระหว่างความรักสูง จนผลิตภัณฑ์ไม่สามารถปรับความถี่คลื่นความรักให้เข้ากันได้ มีวิธีการแก้ไขดังนี้...
- เปิดใจผลิตภัณฑ์เพื่อปรับค่าความถี่คลื่นใหม่อีกครั้ง หากไม่ได้ผลควรใช้อุปกรณ์เสริมคือการยอมรับซึ่งกันและกัน แต่หากใช้แล้วก็ยังไม่ได้ผลอีก ควรปิดสวิตซ์ฉุกเฉิน "ตัดใจ" เพราะมิเช่นนั้น ความต่างศักย์อาจจะช็อตให้ความรักของคุณเสียหายได้
5. ข้อจำกัดการรับประกัน
บริษัทของเราของสงวนสิทธิ์ในการไม่รับประกันหรือไม่รับซ่อมหัวใจที่เสียหาย ในกรณีที่ผู้ใช้พยายามนำความรักไปยัดเยียดให้บุคคลที่ไม่ต้องการ หรือพยายามปรับความถี่เข้ากับความรักที่ต่างศักย์กันมาก ๆ จนเกิดปัญหาเข้ากันไม่ได้
ความเสียหาย แตกหัก หรอืการทำงานผิดพลาดของความรักในเหตุดังกล่าวนี้ถือเป็นความบกพร่องของผู้ใช้งานเอง
6. คำเตือน
- เคยมีรายงานว่า ความรักอาจจะมีผลกระทบทำให้คนตาบอด หูหนวก หรือตาฝ้าฟางได้ แต่ไม่เกิดกับผู้ใช้ทุกราย
- ความรักอาจจืดจางได้ หากอยู่ห่างไกลด้วยระยะทางหรืออยู่นอกพื้นที่บริการ

หวังว่าทุกท่านคงมีความสุขกับผลิตภัณฑ์อันเป็นที่ภาคภูมิใจของเรา....ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ


edit @ 2005/11/09 13:53:02


D2B THE NEVERENDING CONCERT Tribute to BIG D2B อีกหนึ่งของหลากหลายความรู้สึกดีดีจากผู้คนมากมายที่มอบให้กับพวกเขา D2B ที่พวกเขาส่งเป็นไมตรีให้กลับคืน จนกลายเป็นภาพความประทับใจสุดท้ายในความทรงจำที่ถูกแต่งแต้มด้วย ความรัก ความผูกพันของคำว่า "เพื่อน" เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ ที่กลั่นกรองมาจากหัวใจของเพื่อน


บรรยากาศในช่วงบ่าย วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คลาคล่ำไปด้วยแฟนเพลงกว่า 5,000 คน ที่แห่แหนกันมาดูการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของดีทูบี แฟนเพลงส่วนใหญ่นัดกันเอาไว้ว่า จะใส่เสื้อสีขาว บางกลุ่มใส่เสื้อเหมือนกันเป็นทีม แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของคำว่า"เพื่อน"


ทันทีที่ประตูหอประชุมธรรมศาสตร์เปิดออก ผู้ชมจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้าไปจับจองที่นั่งของตัวเอง ส่งเสียงดังลั่นหอประชุมราวกับจะมอบกำลังใจให้ใครบางคน และโดยไม่ต้องมีใครเป็นคนเริ่มต้น เสียงจากทุกพลังใจ ยิ่งทวีกระหึ่มไปทั่วทั้งหอประชุม เมื่อภาพของบิ๊กปรากฏขึ้นบนจอวีทีอาร์ จากนั้นสองหนุ่ม บีม และแดน ก็ก้าวออกมาพร้อมกับเพลงเปิดกล่องของขวัญสำหรับเพื่อน "ไม่มีเธอวันนั้น ไม่มีฉันวันนี้" ก่อนที่จะสานต่อด้วย "แค่หนึ่งนาที" บทเพลงจากอัลบั้ม D2B SUMMER, "ไม่เปลี่ยนใจ (เธอคนเดียว)", "ต่อหน้าฉัน (เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร)" ในเวอร์ชันพิเศษเติมความอบอุ่นด้วยเสียงเครื่องสาย โดยมี "จะโกหกกันไปถึงไหน" เป็นเพลงปิดท้ายการเปิดกล่องของขวัญ ที่สรุปความอบอุ่น ความผูกผัน ด้วยความเห็นจากพิธีกรชื่อดัง บนจอภาพวีทีอาร์ ไม่ว่าวิทวัส สุนทรวิเนตร์ ,ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ,ยุรนันท์ ภมรมนตรี ,สัญญา คุณากร ที่ล้วนแสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อดีทูบี


หลังจากนั้น ก็เป็นเวลาของ แขกรับเชิญ คนสำคัญ คนแรกของ แดน และ บีม ที่จะร่วมกันมอบความสุขให้กับทุกคนที่อยู่ในหอประชุมธรรมศาสตร์ "อ้อน - ลัคนา หวงมณีรุ่งโรจน์"ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแขกรับเชิญของบิ๊ก ในคอนเสิร์ตครั้งแรกของดีทูบี แถมยังเคยแสดงละครเรื่อง วัยร้ายเฟรชชี่ ร่วมกับ บิ๊ก และแดนอีกด้วย วันนี้แดน และบีมเลยเชิญอ้อนมาเป็นเพื่อนร่วมร้องเพลง "อยากเป็นคนนั้นในใจเธอ" ด้วยกัน


แดน และบีม กลับมาเป็นเจ้าของเวทีเพียง 2 คนอีกครั้ง และก็หยิบเอาสิ่งที่บิ๊กเคยทำเอาไว้ มาสานต่อ มามอบให้กับแฟนเพลงแทนเจ้าตัว โดยหยิบเพลงที่บิ๊กขอร้องทีมงานให้ช่วยแต่งให้ "ความจริงที่ผู้หญิง (ก็) ไม่รู้" และ เพลงที่บิ๊กใช้ร้องประกวด "งมเข็มในทะเล" มาร้อง แล้วเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยแขกรับเชิญ ที่เป็นน้องสาวสุดหวงของบีม "น้องบัว สโรชา" ขึ้นเวทีร่วมกับพี่ชาย และบีม เพื่อให้ความสุขกับผู้คนในหอประชุม ด้วยเพลง "เจ็บแปลบ" ที่พอจบเพลงแดนก็แอบหยอดขนมจีบให้น้องบัวไปหลายกระทง จนบีมต้องรีบกันท่า พาน้องสาวคนสวยไปส่งหลังเวที คอนเสิร์ตในช่วงนี้ ปิดด้วยเพลง "เธอคือผู้หญิงคนนั้น" เพลงที่บิ๊กเคยตั้งใจเอาไว้ว่า "คอนเสิร์ตครั้งหน้าผมจะร้องเพลงนี้"

ต้อง - สุภัชญา รื่นเริง นางเอกภาพยนตร์เรื่อง "สังหรณ์" ภาพยนตร์จอใหญ่ เรื่องแรก และเรื่องเดียวที่ 3 หนุ่มดีทูบี เล่นร่วมกัน เข้ามารับหน้าที่พิธีกรรับเชิญ เพื่อสัมภาษณ์พิธีกรสาวอารมณ์ดี พี่หนูแหม่ม - สุริวิภากุลตังวัฒนา ตัวแทนจากรายการสมาคมชมดาว ที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ พร้อมนำดอกไม้ช่อใหญ่มาให้เป็นกำลังใจ แดน-บีม และคุณพ่ออุดม ของบิ๊ก อีกด้วย

แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจอยู่ในความรู้สึกของใครหลายๆ คน ช่วงเวลาที่หลายๆ คนได้หลับตาส่งผ่านความปรารถนาดีลอยข้ามฟ้า ไปกับเสียงเปียโนของแดน ด้วยเพลง "หยุดเวลาไว้" ที่มารับต่อด้วยเพลงแทนความรู้สึกของคนที่กำลังจะไกล คนที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ "รักเธอไม่มีพรมแดน" เพลงเพราะๆ ของ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ที่บีม ร้องได้เต็มความรู้สึกไม่แพ้กัน


และคอนเสิร์ตในวันนี้ คงไม่สมบูรณ์ หากขาดใครคนหนึ่ง ที่ให้ความรู้ ฝึกฝนจนทั้งสามคน ดีทูบี กลายเป็นคนของใครๆ คนนั้นคือ "ครูแหม่ม - พัชริดา วัฒนา" ที่บรรจงพรมนิ้วบรรเลง เพลง "ทัดทาน" ด้วยเสียงเปียโนเพราะๆ และเสียงร้องที่ได้รับการยอมรับ ร่วมกับ "นาธาน โอร์มาน" โดยมี แดน และบีม ยืนเป็นกำลังใจให้ จบเพลง ครูแหม่มส่งท้ายด้วยคำอวยพร และกำลังใจให้ศิษย์รักทั้งสอง ซึ่งแดนเองถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จนแฟนเพลงต้องตะโกนให้กำลังใจว่า "พี่แดน อย่าร้องไห้"

เชิญพิเศษ หนุ่ม - ศรราม เทพพิทักษ์ และเพลง"เธอรักคนอื่นจริงหรือเปล่า" กลายเป็นเพลงส่งช่วงเวลาประทับใจในคอนเสิร์ต ที่ตามมาด้วยแขกรับ "ใกล้"

ในที่สุด เพลงสำคัญ เพลงที่ทีมงานแต่งขึ้น เพื่อให้บิ๊กร้องในคอนเสิร์ต และแต่งเสร็จสมบูรณ์ ในวันที่บิ๊กเข้ารับการผ่าตัด "หายใจอีกครั้ง" ก็มีลมหายใจ มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ บนเวทีคอนเสิร์ตด้วยเสียงร้องของแดน และบีม ตามด้วย "รู้ทั้งรู้" และ "ตะเกียงหัวใจ" เพลงที่แดน และบีมร่วมร้องกับแขกพิเศษเจ้าของเพลง คนที่เป็นฮีโร่ในดวงใจของบีม เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ที่ฝากคำพูดประทับใจไว้ว่า "วันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของคอนเสิร์ตดีทูบี เพราะคอนเสิร์ตดีทูบี จะยังบรรเลงในหัวใจพวกเราตลอดไป" เจมส์ส่ง "หึง" เพลงยอดฮิตของ D2B จากอัลบั้ม TYPE II ไว้แทนตัวก่อนจะมอบเวทีให้เจ้าของงานตัวจริง แดน และบีม ที่กลับมาบนเวทีอีกครั้งด้วย "นับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ" เพลงสุดท้าย ที่ทั้งสามคน บิ๊ก แดน บีม ได้ร้องร่วมกัน



ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต เพลงที่กลั่นจากหัวใจ เสียงกีตาร์ ของแดน "นายเจ็บ ฉันเจ็บ" ร่วมกับเสียงร้องของบีม ถูกหยิบมาถ่ายทอดความรู้สึกลึกซึ้งถึงเพื่อนรัก ตามด้วยเพลง "คนใจอ่อน" ของบิ๊ก เพลงที่แดนบอกว่า "เป็นเพลงที่ขาดไม่ได้ในทุกคอนเสิร์ต เพลงที่แฟนๆ มักจะขอให้ร้อง พูดถึงเพลงนี้ต้องนึกถึงพี่บิ๊ก ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันร้องนะครับ..." และวันนี้ เพลงนี้ก็ดังลั่นทั่วทั้งหอประชุม จากเสียงร้องของคนใจอ่อน ที่พร้อมจะมอบความอบอุ่นให้กับคนที่รัก และผูกพัน...

และ เมื่อ "ฉันจะจับมือเธอเอไว้" เพลงที่แต่งเนื้อร้องโดย บีม โดยมี แดน ร่วมร้อยเรียงทำนอง ดังขึ้น ทบจะไม่มีใครในหอประชุมธรรมศาสตร์เลยที่ไม่ส่งเสียงร้องเพลงนี้ไปพร้อมกับทั้งสองคน ราวกับจะไม่ยอมให้คนบนเวทีต้องเหงา เมื่อขาดใครบางคนไป ซึ่ง แดน และบีม ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น มิตรภาพที่ส่งมาผ่านเสียงเพลง และพร้อมที่จะนำไปมอบให้ ไปแบ่งปันกับ ผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ชมภาพประทับใจในหอประชุมเล็ก ผ่านทางวีทีอาร์ ก่อนจะกลับมากล่าวขอบคุณ และอำลาแฟนเพลงอย่างเป็นทางการ... และ... บางที... เป็น... ครั้งสุดท้าย


คอนเสิร์ตจบแล้ว แฟนเพลงยังคงนั่งอยู่ในหอประชุม ไม่มีใครลุกออกไป เสียงร้องเรียก ให้แดน และบีมกลับออกมาอีกครั้ง อบอวลอยู่ในพื้นที่ของหอประชุมที่ดูเล็กไปถนัดใจ จากเสียงร้องเรียก เสียงปรบมือ ผู้คนทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องเพลง เพลงที่ไม่ต้องมีนักร้องนำ ทุกคนพร้อมใจร้องพร้อมกัน จาก "นับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ" มาจนถึง "คนใจอ่อน" เป็นเสียงร้องที่จะฝังอยู่ในเสียงเต้นของหัวใจ เป็นภาพที่จะติดอยู่ในดวงตาแห่งความทรงจำ ของทุกคนที่ได้สัมผัส จนกระทั่งคุณพ่อของบิ๊ก ลุกขึ้นมากล่าวขอบคุณทุกคน ที่ให้กำลังใจบิ๊กและ ดีทูบีมาโดยตลอด และขอให้ทุกคนกลับบ้าน เก็บภาพวันนี้เป็นความทรงจำดีๆ ตลอดไป ก่อนที่ แดน และบีม จะมาขอบคุณแฟนเพลงอีกครั้ง พร้อมทั้งอวยพรให้ทุกคน เดินทางกลับบ้านปลอดภัย ขณะที่พวกเขาทั้งสองคน กำลังจะเดินทางไปตามความฝันของแต่ละคน


"....ขอขอบคุณ...ทุกๆคนที่มาเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของพวกเรา ทำให้เรามีภาพแห่งความสุข อยู่ในความฝันซึ่งเป็นความฝันที่สวยงามจริงๆ ครับ ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดี... อยากจะบอกว่าขอบคุณทุกๆ คนมาก ขอขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ของพี่บิ๊กครับ และขอให้รักษาสุขภาพดีๆ นะครับ เพราะว่าถ้าพ่อ กับแม่เป็นอะไรไป พี่บิ๊กก็จะไม่มีคนดูแล ถ้าพ่อแม่เข้มแข็ง เราทุกๆ คนก็จะเข้มแข็งตาม อยากขอบคุณ คุณพ่อ คุณ แม่ พี่ชายผม รวมถึงแฟนเพลงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตแดน ขอบคุณพี่บีม พี่บิ๊ก ขอบคุณอีกครั้งครับ"

แดน D2B

".ขอบคุณทุกคน ทุกกำลังใจ ที่มอบให้เราเสมอมา ขอบคุณ จากใจจริงครับ และต่อไปถ้าเราไม่ได้มาเจอกันตรงนี้อีก ก็อย่าลืมเข้ามาทักทายกันบ้าง แค่นั้นผมก็ดีใจแล้วครับ วันนี้พวกเรามีความสุขจริงๆครับ"

บีม D2B

เรื่อง : ก้อนหินละเมอ



edit @ 2005/11/09 10:36:15

ภาพประกอบ


ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ
ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่
อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง
ขยันขันแข็งเอางานเอาการ
เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอย
ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ
ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง
เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวย
ที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน

แม่แป้ง
ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน
นางเจอกับไอ้ทิในวันลอยกระทง
ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์
ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด
ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป
แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้
ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง
ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย
พร้อมอาวุธครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร
ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน


ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่
ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน
ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอก
ไอ้ทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี
ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบนี้
จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้
แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย
ก็แอบหนีหมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล
เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์
ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า

... คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม
แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ
ไอ้ทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหา
แม่แป้งเห็นไอ้ทิรีบวิ่งมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก
ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาไอ้ทิทันที้ง
อารามตกใจ ไอ้ทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ
อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6 นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ
เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น

... รุ่งเช้า
ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล
ภาพเบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน
นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข
เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา
ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้
เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า
อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย
สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน
จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี

ทุกแรมหกค่ำเดือนหก
ชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืด
เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวาน
ปรุงจากแป้งและกะทิ
บรรจงแคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน
เป็นสัญลักษณ์ว่า จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป
ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก
หรือเรียกย่อๆ
ว่า " ขนม ค.ร.ก."... (ขนมของ "คนรักกัน" )



Nisita Pinyo
View full profile