2005/Nov/10

ภาพประกอบ


กาลครั้งหนึ่งมีม้วนกระดาษกับปากกาอยู่คู่หนึ่ง
เรื่องราวของทั้งคู่ที่บันทึกบนกระดาษโดยมีปากกาเป็นผู้เขียน
ต่างก็.มีทั้งความวุ่นวาย และความเป็นระเบียบ
ซึ่งทุกอย่างล้วนกำลังเป็นไปด้วยดี ตามวิธีทางของมัน

แต่แล้ว.อยู่มาวันหนึ่งก็มีมือหลายมือมาจับปากกาขีดเขียนไปมา

กระดาษก็ได้แต่อ้อนวอน.

"ได้โปรดอย่าให้ใครมาจับเธอขีดเขียนได้ไหม
ฉันขอแค่ที่เธอเขียนของเธอเอง ก็ดีอยู่แล้ว
ถึงมันจะวุ่นวายบ้าง ฉันก็พอใจที่เธอเขียนของเธอเอง
ฉันพอใจในสิ่งที่เธอเขียน ในสิ่งที่เธอเป็น
และในสิ่งที่เธออยากให้ฉันเป็น"

ปากกาจะทนต่อแรงมือได้หรือ.
ปากกาเธอรู้ไหมว่าสิ่งที่กำลังขีดเขียนนั้นมันทำให้ฉันปวดร้าวเพียงใด

หลังจากมือเหล่านั้นจับปากกาขีดเขียนจนพอใจแล้ว
คงเหลือไว้แต่ความวุ่นวายวุ่นวายให้กับกระดาษ
สิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุด ...
ปากกานั้นไม่มี "ยางลบ" ที่พอจะใช้ลบรอยขีดเขียนที่วุ่นวายนั้น ออกไปได้
ร่องรอยของการขีดเขียนนั้น.
คงอยู่คู่กับกระดาษม้วนนั้นตลอดไป.
ไม่ว่าวันใดกลับมาอ่านมัน ก็คงมีแต่ความวุ่นวายที่น่ารำคาญอยู่เสมอ ๆ

ปากกาคงคิดว่าไม่มีที่พอจะขีดเขียนลงในกระดาษม้วนนี้ได้อีกแล้ว..มีแต่สิ่งที่วุ่นวายจากสิ่งที่เคยเขียนลงไป

ปากกาก็ได้แต่บอกกระดาษอย่างเดียวว่า

"เธอหมดคุณค่าต่อฉันแล้ว ฉันจะไม่เขียนเธอแล้ว เบื่อ......."


"เบื่อ ๆ ๆ" คำนี้แสนปวดร้าวไม่ว่ากระดาษจะฟังสักกี่ครั้งก็ตาม
มันปวดร้าวไปถึงหัวใจ

คงเพราะ
ปากกาก็คิดว่ากระดาษนั้นหมดค่าไม่มีที่จะเขียนขีดหรือมันวุ่นวายเหลือเกินแล้ว
สมควรที่จะโยนลงถังขยะเสียก็ได้

กระดาษก็อยากจะบอกปากกาเช่นกัน
"กระดาษก็เป็นกระดาษอยู่แบบนี้ ไม่ได้ดีเลิศเหมือนที่เธอเคยฝันไว้
มีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี
สีขาวกับสีดำ มีรอยด่าง มีรอยขรุขระ บ้าง อย่างไรก็ตาม
กระดาษก็จะพยายามทำให้ปากกาอย่างเต็มที่ เท่าที่กระดาษจะทำได้
ถ้าปากกาไม่พอใจในสิ่งที่กระดาษพยายามทำให้อย่างเต็มที่
...ก็สุดแล้วแต่ใจของปากกา หากไม่อยากจะเขียนกับกระดาษม้วนนี้แล้ว
จะทิ้งเสียก็ไม่ว่า ตามใจของปากกาก็แล้วกัน
ทั้งที่หากปากกาลองคลี่ม้วนกระดาษออกมาอีก
กระดาษก็ยังมีเนื้ออีกมากที่พร้อมที่จะให้ปากกา
ขีดเขียนสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย"

แต่แล้วกระดาษก็ไม่ได้พูดอะไร.
เพราะรู้ว่าปากกาไม่ยอมจะรับฟังอะไรอีกจากปากของกระดาษ

สิ่งที่รู้ตัวและรู้ดีเสมอตั้งแต่นั้น
ตอนนี้เค้าไม่มีคุณค่าสำหรับปากกาอีกแล้ว
ปากกาคงมองเค้าเหมือนขยะ ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปก็ตาม
คงเป็นแต่คำพูดที่ทำให้ของปากการู้สึกไม่พอใจเท่านั้นเอง.

ท้ายสุดกระดาษก็ได้แต่ร้องไห้เศร้าเสียใจอยู่ในถังขยะอยู่คนเดียว
อยู่ในโลกแห่งความเหงา ไม่สามารถจะพูดกับใครได้
ชะเง้อมองหาแต่ปากกาด้ามนั้นอยู่เสมอ ๆ
คงเป็นเพราะ ต้องจากปากกาที่อยากจะให้ขีดเขียนตัวเค้ามากที่สุดในชีวิต

อาจจะไม่มีวันที่ปากกานั้นกลับมาขีดเขียนกระดาษม้วนนี้อีกแล้ว
หรือไม่ม้วนกระดาษนี้คงไม่มีที่เรียบพอที่จะให้ปากกาขีดเขียนอีกแล้วก็ได้
เพราะรอยยับที่ถูกทอดทิ้งไว้.ไร้ซึ่งการเหลียวแล เหมือนกับขยะที่ไรค่า
ที่ใคร ๆ ไม่ต้องการอีกแล้ว
เต็มไปทุกหนแห่งในม้วนกระดาษม้วนนี้
นี่คงสาสมกับความรักที่เค้ามีให้กับปากกาอย่างเปี่ยมล้นแล้วใช่ไหม ?

อาจจะฟังดูแล้วกระดาษคงเกลียดปากกาด้ามนั้นแล้ว
แต่ความจริงแล้วก็เป็นอารมณ์ที่ใครก็เป็น
แม้ปากกาเองก็ตามถ้าลองได้เป็นกระดาษจะรู้ว่าเป็นอย่างไร

กระดาษอยากจะให้ปากการับรู้ไว้ ว่าไม่เคย ไม่เคยเลย ที่จะเกลียดปากกา
กลับกันกับรอวันที่ปากกาจะกลับมาขีดเขียนเค้า

จะรอวันที่ให้อภัยกัน กลับมาอยู่กับเหมือนดั่งเดิม
เหมือนวันที่เราเจอกันครั้งแรก เหมือนวันวานที่มีกันและกัน

แต่ถึงอย่างไรกระดาษจะรู้ใจปากกาได้อย่างไร ว่ายังต้องการกระดาษม้วนนี้
อีกหรือไม่อาจจะไม่ต้องการแล้วก็ได้
อาจจะมีกระดาษม้วนใหม่ที่ปากกากำลังขีดเขียนอยู่ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามขอสัญญาได้ไหม ถ้าไม่มีกระดาษม้วนไหนที่ต้องการปากกาด้ามนี้
ขอได้ไหม กลับมาหากระดาษม้วนนี้
กระดาษม้วนนี้จะพยายามเป็นทุกสิ่งอย่างที่ปากกาต้องการ
ไม่ว่าจะยากเพียงได้ หากปากกาไม่มีหมึกพอจะเขียน
ไม่เป็นไร กระดาษจะคอยเติมให้เต็ม
แม้จะนานเพียงไร..
ขอเพียงให้ปากกากลับมา.

Comment

Comment:

Tweet


double wink big smile open-mounthed smile sad smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#3 by (203.172.54.174) At 2009-01-10 16:29,
แนนquestion embarrassed
#2 by แนน (203.172.54.174) At 2009-01-10 16:29,
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#1 by m (117.47.9.177) At 2008-02-16 11:18,